ประตูหลังเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นประสาทมากมาย ดังนั้นจึงไวต่อการสัมผัสเป็นพิเศษ การกระตุ้นความรู้สึกของอวัยวะส่วนนี้ โดยการสอดใส่ด้วยนิ้วมือ หรือเซ็กส์ทอยรูปแบบต่างๆ จึงต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับดังต่อไปนี้
ใช้น้ำหนักมือที่นุ่มนวล ขืนทำแรงๆก็เจ็บนะสิ...ถามได้
ต้องสำรวจตรวจของเล่นทั้งหลายว่าไม่มีพื้นผิวขรุขระ ถ้ามีควรใช้ตะไบเล็บขัดออก หรือใช้วิธีใดก็ได้ให้เรียบเนียนขึ้น
งัดกลเม็ดการนวดด้วยปลายนิ้วขึ้นมาใช้ รู้จักแบบไหนขุดมาใช้ให้หมด เช่น นวดเป็นวงกลมรอบๆประตูหลัง หรือนวดข้ามไปมาเป็นรูปกากบาท ถ้ามีนิสัยขี้เล่นหน่อยก็ลองวาดนิ้วเป็นตัวอักษรก็ได้ แปลกดีนะ
ไวเบรเตอร์ที่มีรูปร่างผอมเรียวเล็ก สามารถใช้สอดใส่เข้าไปพร้อมนิ้วมือได้ เพิ่มความเสียวขึ้นอีกหลายเท่าตัวเชียวละ
วิธีตระเตรียมให้พื้นที่ประตูหลังพร้อมสำหรับการสอดใส่ต้องกระทำอย่างค่อย เป็นค่อยไป คือ พยายามสอดนิ้วแรกเข้าไปแช่ไว้ก่อนสัก 1 นาที จากนั้นค่อยตามด้วยนิ้วที่สอง แล้วแช่ไว้อีก 2 นาที ไม่ใช่นึกอยากขึ้นมาก็ทิ่มพรวดเข้าไปเลย แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเล่นเสียวแล้ว มีแต่ร้องจ๊ากนะนั่น
แทนที่จะแช่นิ้วทิ้งไว้ในช่องโดยไม่คิดทำอะไรให้เกิดผล ลองทำนิ้วขยุกขยิกเบาๆอยู่ภายใน หรือไม่ก็เข้าบ้างออกบ้าง เอาเป็นว่าแล้วแต่จะคิดค้นเองก็แล้วกัน อย่าลืมเน้นที่ความนุ่มนวลอ่อนโยนเสมอ
เพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนประตูหลังคลายตัวและง่ายต่อการสอดใส่ จึงควรสอดใส่นิ้ว ไวเบรเตอร์หรืออุปกรณ์เซ็กส์ทอยอื่นๆในขณะที่อีกฝ่ายกำลังสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆกดลงอย่างเบามือที่สุด
เซ็กส์ทอยที่มีไว้ใช้กับอวัยวะส่วนใด ก็ควรจำกัดไว้แค่อวัยวะส่วนนั้น คู่ใดที่มีเซ็กส์ทอยเป็นโหลควรแยกเก็บอุปกรณ์สำหรับใช้ทางช่องคลอด และอุปกรณ์สำหรับใช้ทางประตูหลังไว้คนละกระเป๋า ไม่ควรปะปนกันเด็ดขาด ประเดี๋ยวนำมาใช้ผิดที่ละก็...ยุ่งตายเลย
Anal beads คืออุปกรณ์หนึ่งที่ใช้กับประตูหลังโดยเฉพาะ ในระหว่างที่กำลังถึงจุดสุดยอดสามารถพลิกแพลงลีลาได้ โดยการขยับขึ้นๆลงๆ หรือจะดึงออกมาแล้วค่อยสอดเข้าไปใหม่ก็ได้ ทั้งนี้และทั้งนั้นอุปกรณ์ชิ้นนี้ต้องมีห่วงติดอยู่ตรงปลาย เพื่อกันไม่ให้ลื่นไหลเข้าไปในช่องจนมิด อาจเกิดอันตรายได้ คิดทำอะไรแผลงๆแบบนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่าปกติ
การเล่นรักทางประตูหลังไม่ได้เหมาะกับทุกคน ถึงแม้ว่าจะเป็นอีกรูปแบบที่ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้ชีวิตรักบนเตียงนอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเกิดจากความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่นิยมชมชอบลีลาแหวกธรรมชาติแบบนี้ ก็อย่าฝืนใจกันเลย ลองวิธีอื่นที่สามารถเอ็นจอยด้วยกันได้ดีกว่า เพื่อความสุขร่วมกันของเราและเขาไงละ
ที่มา : เกย์
ความต่างระหว่างเกย์ไทยกับเกย์ฝรั่ง
Tuesday, June 2, 2009

ความต่างระหว่างเกย์ไทยกับเกย์ฝรั่ง ไม่เพียงแต่ สภาพความเป็นชุมชนเกย์ ที่มีลักษณะแตกต่างกับตะวันตก ความเข้าใ จ และทัศนคติ ที่เกย์มีต่อตนเอง ก็แตกต่าง ไป จากเกย์ตะวันตก มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ความเป็น เกย์ของเกย์ไทย ถูกกำหนดโดยโครงสร้างทาง วัฒนธรรม ที่เน้นบทบาททางเพศ ระหว่างชาย กับหญิงเป็นอย่างมาก ในสังคมตะวันตก โฮโมเซ็กช่วล หมายถึง บุคคลที่มีความโน้มเอียง ไปในทางชอบเพศ เดียวกัน ไบเซ็กช่วล หมายถึง บุคคลที่มีความ โน้มเอียงทางเพศต่อทั้งสองเพศ
ขณะที่ เฮกเตอโรเซ็กช่วล หมายถึง บุคคลที่ชอบเฉพาะเพศตรงข้าม ส่วนส่วนคำว่า เกย์ และ สเตรท มีนัยในเชิงวัฒนธรรมมากกว่า ดังนั้น "เกย์" จึงหมายถึงโฮโมเซ็กช่วล และ อาจรวมถึงไบเซ็กช่วล ที่ออกมาใช้ชีวิตอย่างเกย์ คือ เที่ยวเกย์คลับ และ ร่วมกิจกรรมกับชุมชนเกย์ ส่วน "สเตรท" ก็คือ คนทั่วไป ที่มีวัฒนธรรมทาง เพศอย่างตรงไปตรงมา ขณะที่สังคมไทย เวลาที่เราสงสัยว่าใครคนใด คนหนึ่งเป็นเกย์ เรามักจะมีภาพว่า เขาแอบชอบ เพศเดียวกัน และ มีความรู้สึกนึกคิดแบบผู้หญิง เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐาน ที่ควรจะเป็นของผู้ชาย ฉะนั้นโดยทั่วไป เกย์แปลว่าไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัว ทว่าเมื่อเรามองให้ละเอียดขึ้น เราจะพบว่า การแบ่ง แยกเรื่องทางเพศในบ้านเรา สะท้อนค่านิยม กี่ยว กับบทบาททางเพศ ระหว่างหญิงกับชายเป็นอย่างมาก นอกจากคำว่า เกย์แล้ว
เราจะพบคำอื่นๆ เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์คิง เกย์ควีน คำว่า กะเทย เป็นศัพท์ดั้งเดิมในภาษาไทย แรกเริ่มหมายถึง บุคคลที่เมื่อดูที่กายภาพแล้ว ปรากฏทั้ง 2 เพศใน ตัวคนๆ เดียวกัน สังคมไทยดั้งเดิม ไม่มีมโนทัศน์เรื่อง เกย์ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ความสัมพันธ์ทาง เพศระหว่างเพศเดียวกัน ไม่มีอยู่ในสังคมดั้งเดิม เพียงแต่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายในอดีต ไม่ได้ทำให้เพศชายกลายเป็นเพศอื่น ในเชิงกายภาพ สังคมไทยดั้งเดิมจึงประกอบไปด้วย 3 เพศ คือ เพศชาย เพศหญิง และเพศกะเทย ต่อมาคำว่า กะเทย ใช้ระบุ เพศชาย ที่มีบุคลิกกระเดียดไปในแบบ ผู้หญิง โดยเฉพาะ คนที่ชอบแต่งตัวคล้ายๆ กับผู้หญิง ซึ่งมักจะปรากฏว่า บุคคลเหล่านี้ ก็มักจะมี ความ สัมพันธ์ทางเพศกับเพศชาย ซึ่งหมายถึง เพศที่มีองคชาติโดยกำเนิด และ มีบุคลิกอย่างผู้ชาย คำถาม คือ เพศชายที่มีความสัมพันธ์กับเพศกะเทย หรือ มีความสัมพันธ์กันเองนั้น เป็นอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งหรือ ไม่ สังคมไทยแต่เดิม ไม่มีแนวคิดในเรื่องนี้ การมีเพศ สัมพันธ์กับเพศเดียวกัน อาจถูกมองว่า เป็นเรื่องวิตถาร แต่ เพศชายก็ยังคงเป็นเพศชาย ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่กะเทย
เพราะเราไม่ได้มีมโนทัศน์เกี่ยวกับเกย์ ต่อมาเมื่อเราเอาคำว่า เกย์ มาใช้จากตะวันตก ก็เกิดความสับสน แต่เดิมวัฒนธรรมของเรา ไม่ได้ระบุตัวตน หรืออัตลักษณ์ โดยเอากิจกรรมทางเพศ หรือ วัตถุของ การร่วมเพศ มาเป็นเครื่องบ่งชี้ นอกเสียจาก ลักษณะที่เห็น ทางกายภาพ และ การกำหนดบทบาททางเพศ ที่มีอยู่สูง ระหว่าง ผู้หญิง กับ ผู้ชาย แต่นั่น ก็ไม่เกี่ยวกับ เรื่องของการร่วมเพศ ในช่วงแรกๆ ประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อเราเอาคำว่า เกย์มาใช้จากภาษาอังกฤษ ในช่วงแรกเกย์จึงถูกมองว่า เป็นกลุ่มเดียวกับกะเทย ดังนั้น เราจึงมีอีกคำ คือ เสือไบ หรือไบเซ็กช่วล ใช้เรียกเพศชาย ที่มีลักษณะผู้ชาย แต่ในบางโอกาส อาจสนใจเพศเดียวกัน ทั้งนี้ สังคมไทย ยังคงถือทัศนคติที่ว่า คนที่มีลักษณะ เ ป็นผู้ชาย ถึงอย่างไรก็ต้องชอบเพศหญิง เพราะเรา มีภาพเรื่องบทบาททางเพศ คอยกำกับ ต่อมา มีการสร้าง ศัพท์ขึ้น โดยขอยืมคำภาษาอังกฤษมาใช้อีก คือ การแบ่งแยกระหว่างเกย์คิง กับเกย์ควีน
ที่มา : พีทนัท
กลการแปลงชื่อชายให้เป็นสมญาหญิงประจำตัว

เคยลองนึกดูเล่น ๆ บ้างไหมว่า ชื่อชายของคุณนั้น มีเวอร์ชั่นหญิงว่าอะไร? การแปลงชื่อชายให้เป็นหญิงนั้น เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ในเกย์ไทย อาจจะไม่ทุกกลุ่ม แต่ก็หลายกลุ่ม เหตุผลเบื้องต้นในการแปรและแปลงชื่อนั้นก็อาจเป็นเพราะ เกย์ไทยหลายต่อหลายคน มีความรู้สึกลึก ๆ เยี่ยงสตรีเพศ
การแปลงชื่อชายของตนจึงน่าจะเป็นการตอบสนองความปรารถนาเชิงอิตถีลิงค์รูปแบบหนึ่ง คือ ได้กระเถิบเข้าไปใกล้ความเป็นสตรีเพศมากขึ้นอีกขั้น (เพราะความเป็นจริงนั้นยังแปลง 'อย่างอื่น' มิได้...สำหรับบางคน). เหตุผลสามัญอีกประการก็คือ เป็นสิ่งที่ทำแล้วหฤหรรษ์ดีในกลุ่ม
เวลารวมตัวสังสรรค์พร้อมหน้ากัน ก็จะมีการเรียกขานฉายาหญิงของแต่ละคนกันอย่างสนุกสนาน ครึกครื้น เปี่ยมสีสัน จัดเป็น expression of endearment ในกลุ่มอีกแบบหนึ่ง (นอกเหนือไปจากการใช้คำว่า 'อี' นำหน้าชื่อของเพื่อนสนิทที่ตนเรียก ซึ่งในกลุ่มด้วยกันแล้ว ถือว่าไม่หยาบคาย แต่เป็นการแสดงความสนิทสนม)
ฉายาแปลงบางฉายา ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีความหมาย หรือถูกหลักสมาส-สนธิแต่อย่างใด เพียงแต่ขอให้มีรากชื่อชายจริงเหลืออยู่หย่อมนึง และฟังแล้วเลิศรูหูรูสมิแล เป็นพอ
คำเตือน: ชื่อบางชื่อไม่ควรนำเอาไปตั้งชื่อลูกเป็นอันขาด!
นายกมล เปลี่ยนเป็น กมลา, กมลพร, กมลาภรณ์, กมลชนก, กมลมาศ, กมลมาลย์, เกศกมล
นายกริช เปลี่ยนเป็น กรชฎาพร, กริชดาภรณ์
นายกฤษณ์, กริช เปลี่ยนเป็น กฤษณา, กฤษณีนาฎ, กรชฎาพร, กฤษฎี
นายกิตติ เปลี่ยนเป็น กฤตติกา, กิตติกร
นายกิตติชัย เปลี่ยนเป็น กีรติชนา, กิตติชยา
นายกุลบุตร เปลี่ยนเป็น กุลบุตรี, กุลธิดา
นายเกตุ เปลี่ยนเป็น เกศราพร, เกตุมมณี
นายโกศล เปลี่ยนเป็น โกสุม, กุสุมา, กุสุมากร
นายไกรสิงห์ เปลี่ยนเป็น แก้วไกวัล
นายขวัญชัย เปลี่ยนเป็น ขวัญทิพย์, ขวัญแก้ว, ขวัญประดับ, ขวัญฉาย, ขวัญฉาบ,
ขวัญเคลือบ, ขวัญคล้อง
นายคำรน เปลี่ยนเป็น คำประกอง, คำสคราญ, คำรนศรี
นายจรัญ เปลี่ยนเป็น จรัญญา, จรัญญุตา
นายจรูญ, จำรูญ เปลี่ยนเป็น จารุณี
นายจุฬา เปลี่ยนเป็น จุฬาฬีวัลย์
นายเจริญ เปลี่ยนเป็น เจริญจิตรา, เจริญรัศมี
นายฉัตรเฉลิม เปลี่ยนเป็น ฉัตรสุมาลย์, ฉัตรชฏา, ฉัตรสุดา, ฉัตรมณี, ฉัตรปาณี
นายชม เปลี่ยนเป็น ชไมพร
นายชัฏ เปลี่ยนเป็น ชฎาพร
นายชาญวิทย์ เปลี่ยนเป็น ชาญาพร
นายชาตรี เปลี่ยนเป็น ชฎารักษ์
นายชาย เปลี่ยนเป็น ชายาพร, ชาริญา, ชรินทร์ญา
นายชูชัย เปลี่ยนเป็น ชูศรี, ชูใจ, ชูลักษณ์
นายเชาว์ เปลี่ยนเป็น เชาว์สิริ
นายเชาวลิตร์ เปลี่ยนเป็น เชาวลักษณ์
นายเชิดชัย เปลี่ยนเป็น ชยามา
นายณัฐพล เปลี่ยนเป็น ณัฐภัสสร
นายเด่น เปลี่ยนเป็น เด่นดวงประภา
นายตวง เปลี่ยนเป็น ตวงทิพย์
นายถวัลย์ เปลี่ยนเป็น วรรณฤดี
นายทิพวัตร เปลี่ยนเป็น ทิพย์วรรณ
นายนพ เปลี่ยนเป็น นพวรรณ, นภาวรรณ
นายนฤเบศร์ เปลี่ยนเป็น นฤมล, นิรมล
นายนวรัตน์ เปลี่ยนเป็น นวลปรางค์
นายนิธิ เปลี่ยนเป็น นิธิภา, นิตย์ฐินันทน์
นายนิรันดร์ เปลี่ยนเป็น นิรัดราณี, นิรันดร์ลักษณ์, นิสาชล
นายบวร เปลี่ยนเป็น วรสิริศรี
นายปฐมชัย เปลี่ยนเป็น ปัทมามาลย์
นายปราชญ์ เปลี่ยนเป็น ปราชญาพร
นายปริตร์ เปลี่ยนเป็น ปารีส (Paris)
นายปัญญา เปลี่ยนเป็น ปัญจกัลยานี, ปริญา
นายปาน เปลี่ยนเป็น ปานรพี
นายปิยะ เปลี่ยนเป็น ปิยาสุนี
นายเปรม เปลี่ยนเป็น เปรมสุภา, เปรมจิตร์, เปรมปริยา
นายผดุงศักดิ์ เปลี่ยนเป็น ปรุงทิพย์
นายพนิต เปลี่ยนเป็น พนิตนันท์
นายพิชัย เปลี่ยนเป็น พิชยาพร
นายเพชร เปลี่ยนเป็น เพชรา, พิชรา
นายภักดี เปลี่ยนเป็น พักตร์พิมล, พักตร์พิศ, ภักดีลดา, ภักดิ์ภัสดา (ซื่อสัตย์กับผู้ชายของตน ไม่สนชายอื่น:
นายมนต์ชัย เปลี่ยนเป็น มนทิรา, มณฑาณี
นายเมฆินทร์ เปลี่ยนเป็น เมขลา
นายเมธา เปลี่ยนเป็น เมธาวี, เมทนี, มัทนา, มัทรี
นายเมษ เปลี่ยนเป็น เมษา
นายยอดชาย เปลี่ยนเป็น ยอดมณี
นายรอง เปลี่ยนเป็น รองรัตน์
นายรักษ์ เปลี่ยนเป็น กุลรักษา
นายรักษ์ธรรม เปลี่ยนเป็น ธรรมธารี, ธรรมริน (Tamarind แปลว่า มะขามเปรี้ยวปรี๊ด)
นายราม เปลี่ยนเป็น สีดา
นายรุ่งชัย เปลี่ยนเป็น รุ่งนภา, รุ่งรัตน์
นายลักษณ์ เปลี่ยนเป็น ลักษณาพร, ลักษณีนาฎ, เยาวลักษณ์
นายวัลลภ เปลี่ยนเป็น วัลลภา, วัลลีลักษณ์
นายวายุเทพ เปลี่ยนเป็น วาววดี
นายวิฑูรย์ เปลี่ยนเป็น วิมลทิพย์
นายวิทย์ เปลี่ยนเป็น สาวิตรี
นายวิริยะ เปลี่ยนเป็น วิริญญา
นายวิลาส เปลี่ยนเป็น วิลาสินี
นายศักดิ์ชาย เปลี่ยนเป็น ศักดิ์สินี
นายสนั่น เปลี่ยนเป็น ศันสนีย์
นายสมเกียรติ เปลี่ยนเป็น กีรติ
นายสมบุญ เปลี่ยนเป็น บุญจิรา, บูลย์จีรา
นายสมศักดิ์ เปลี่ยนเป็น ศักดินีศรี
นายสฤษดิ์ เปลี่ยนเป็น สรวงสุดา
นายสวัสดิ์ เปลี่ยนเป็น งามสวัสดิ์
นายสันต์ เปลี่ยนเป็น ศัลยา
นายสันติสุข, สันติชัย เปลี่ยนเป็น สวรรยาภรณ์
นายสุชาติ เปลี่ยนเป็น สุชาดา
นายสุทัศน์ เปลี่ยนเป็น สุธาสินี
นายสุนัย เปลี่ยนเป็น สุนัยนา, สุเนตรา
นายสุรศักดิ์ เปลี่ยนเป็น สุรีรัตน์
นายสุวิทย์ เปลี่ยนเป็น สุวิชชา
นายหนุ่ม เปลี่ยนเป็น นุ่มอนงค์, นุ่มนุช
นายอดิสรณ์ เปลี่ยนเป็น อดิศรี, อลิศรา, อัปสราลักษณ์
นายอนุรักษ์ เปลี่ยนเป็น อนุรักษา, นุชฎา, อนุชแน่งพธูเธอ
นายอรุณ เปลี่ยนเป็น อรุณี, อรุณีนาฎ
นายอัครพล เปลี่ยนเป็น อันตราคนี
นายอังคาร เปลี่ยนเป็น อังคณา
นายอาทิตย์ เปลี่ยนเป็น อาทิตา, อาเทตยา, จันทร์เพ็ญ, โพยมหยาดหล้า
นายอานันท์, อานนท์ เปลี่ยนเป็น อารยา, อาริยา, นันทนาพร
นายอาลักษณ์ เปลี่ยนเป็น อารีรัตน์
นายอำนาจ เปลี่ยนเป็น อัญชลีกร, อัญชุลีพร
นายเอกบุตร เปลี่ยนเป็น เอกบุตรี, บุษบาบัน
นายเอกรัฐ เปลี่ยนเป็น รัชนี, รัชฎาพร
ที่มา : ศุภวัตดอทคอม
ชายไทยเป็นเกย์ร้อยละ ๑๐ แต่ไม่กล้าเปิดเผยแอบแฝงกว่าร้อยละ ๖๐

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ -- ๔ พ.ย. -- เสวนาเกย์วิชาการ เสนองานวิจัย ดร.ทศวร ระบุสังคมเป็นผู้ยัดเยียดความเป็นอื่นให้กับชาวเกย์ ทั้งที่ความจริงเกย์ก็คือมนุษย์ปกติ ที่สร้างประโยชน์ให้สังคมได้ไม่แตกต่างจากชายจริงหญิงแท้ ขณะที่ประธานองค์กรฟ้าสีรุ้งฯเผย ร้อยละ ๑๐ ของชายไทยปัจจุบันเป็นเกย์ แต่กว่าร้อยละ ๖๐ แอบแฝงพฤติกรรม เตรียมจัดงานนัดพบชาวเกย์ มอบรางวัลบุคคลส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม ระบุเลือกอยู่ระหว่าง ร.ต.อ.ปุระชัย กับ อาจารย์จอน
องค์กรฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดเสวนาเกย์วิชาการครั้งที่ ๒ ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยช่วงเช้า ตั้งแต่ ๑๐.๓๐–๑๓.๐๐ น. เป็นการนำเสนอวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของ ผศ.ดร.ทศวร มณีศรีขำ จากภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ เรื่อง "การสร้างความเป็นอื่นให้กับเกย์" ซึ่ง ผศ.ดร.ทศวร เป็นผู้นำเสนอเอง โดยกล่าวว่า วิทยานิพนธ์ดังกล่าว ได้ศึกษาด้วยการเข้าถึงปัญหา โดยเก็บข้อมูลจากผู้ที่เป็นเกย์ ซึ่งก็ได้พบว่า การกำหนดความเป็นเพศหรือเพศสภาพในสังคมปัจจุบัน ควรต้องมีการทบทวนและขยายความ เพื่อคลี่คลายให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในสังคม การกำหนดให้คนที่ไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้ ต้องถูกเรียกว่า เกย์ เป็นเพียงการกำหนดด้วยกระบวนการทางวาทกรรม ซึ่งก่อให้เกิดความเป็นอื่นให้กับ "เกย์"
ผศ.ดร.ทศวร กล่าวอีกว่า กระบวนการต่าง ๆ นี้ เกิดจากปรากฎการณ์ที่สังคม บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรับการเป็นเกย์ จึงได้สร้างวาทกรรมเพื่อสะท้อนและชี้ให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ผ่านกลไกในรูปแบบความคิด ความเห็น การส ร้าง ภายใต้ศาสตร์สาขาต่าง ๆ ทั้งศาสนา จิตวิทยา การแพทย์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และสังคมศาสตร์ จึงส่งผลให้เกย์มีพื้นที่เฉพาะและจำกัด มีโอกาสที่จะใช้ชีวิต ใช้ศักยภาพและมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมได้น้อยกว่ากลุ่มบุคคลที่สังคม เรียกว่า ชายจริง หญิงแท้ ภาพลักษณ์ของเกย์จึงเป็นภาพลบในสายตาบุคคลทั่วไป และถูกจับจ้อง ทั้งที่ความจริง เกย์ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีความสามารถจะใช้ร่างกาย สติปัญญา และศักยภาพให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ดี ไม่มีข้อแตกต่างจากหญิงชาย
"เกย์ถูกทำให้เป็นอื่น ผ่านสถาบันต่างๆ ทั้งครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงความจริงสมมติ ที่ผู้ที่คิดครั้งแรกกำหนดให้สิ่งนั้นสิ่งนี้ต้องเรียกอย่างนั้น และเมื่อมีการกำหนดว่าโลกนี้มีเพียง ๒ เพศ ชาย-หญิง ใครเป็นเกย์ก็เลยถูกจับจ้อง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ผมให้คำนิยามของเกย์ว่า กลุ่มคนที่รักเพศเดียวกัน ไม่ใช่รักร่วมเพศ เพราะต่างกัน เกย์บางคนไม่ได้มีความรักแล้วต้องมีการร่วมเพศ จึงควรเข้าใจส่วนนี้ด้วย"
ผศ.ดร.ทศวร กล่าว
ผศ.ดร.ทศวร กล่าวด้วยว่า การจัดทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ เพื่อต้องการเปิดกว้าง ให้เป็นทางเลือกแก่สังคม ได้ฉุกคิด ได้ตระหนักและเปิดวิสัยทัศน์ทางปัญญาให้กับทุกคนในอีกมุมมองเกี่ยวกับกลุ่ม คนที่สังคมเรียกว่าเกย์ว่า ในความเป็นจริง เขาก็คือมนุษย์และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้เหมือนกัน สังคมปัจจุบันจึงถึงเวลาทบทวน มุมมองที่ว่า เกย์เป็นคนผิดปกติหรือเบี่ยงเบน นอกจากนี้ยังหวังให้วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ ทำให้สังคมและสถาบันต่าง ๆ ที่เป็นคนส่วนใหญ่ได้ทบทวน กฎเกณฑ์ กติกา และระเบียบแบบแผนที่สร้างขึ้นมาครอบงำ กดขี่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่แตกต่างออกไปจากตน
ด้าน นายกมลเศรษฐ์ เก่งการเรือ ประธานองค์กรฟ้าสีรุ้งฯ กล่าวว่า จากการทำงานคลุกคลีในกลุ่มชาวเกย์ และสามารถรวบรวมข้อมูลได้ว่า ในสังคมไทยมีมากถึงร้อยละ ๑๐ ของประชากรชายที่เป็นเกย์ โดยเป็นเกย์ที่แอบแฝงสูงถึงกว่าร้อยละ ๖๐ ที่กล้าเปิดเผยไม่ถึงร้อยละ ๔๐ ซึ่งข้อมูลนี้ใกล้เคียงกับองค์การอนามัยโลก เกย์ในสังคมไทยถูกกีดกันและทำให้เป็นอื่น ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ในสังคม การทำงาน ซึ่งพบว่า ผู้ที่เป็นเกย์ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพราะถูกจำกัดที่ความเป็นเกย์ ส่วนใหญ่เกย์ไทยจะกล้าเปิดเผยก็ต่อเมื่อมีความพร้อม มีหน้าที่การงานที่ประสบความสำเร็จแล้ว มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฝีมือการทำงาน เช่น ศิลปินดัง นักวิชาการที่ประสบความสำเร็จ
"ความเป็นอื่นเกิดจากสังคมยัดเยียด ที่ร้ายคือ แม้แต่พ่อแม่ก็มักสร้างความเป็นอื่นให้เกิดกับลูกที่เป็นเกย์ ไม่ยอมรับเพราะสังคมไม่ยอมรับ จึงทำให้ลูกต้องออกจากครอบครัว ทั้งที่ความจริง หากพ่อแม่เข้าใจ และให้โอกาส ไม่ตัดสินแทนว่า ลูกเป็นเกย์แล้วเป็นทุกข์ แต่เข้าใจว่า เขาอาจมีความสุข ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในครอบครัว" ประธานองค์กรฟ้าสีรุ้งฯ กล่าว และว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นเกย์มักไม่เอ่ยปากบอกพ่อแม่ เพราะกลัวพ่อแม่เสียใจ รับไม่ได้ ดังนั้น พ่อแม่ปัจจุบันต้องสังเกตลูก เข้าหา พูดคุย เพื่อให้รู้และเข้าใจความต้องการ ซึ่งดีกว่าการไม่ยอมรับแล้วพยายามเปลี่ยนลูกให้กลับมาถูกเพศตามสังคม ผลักดันให้มีครอบครัวแล้วก็อยู่กันไม่ได้เกิดครอบครัวล้มเหลวอีก
ประธานองค์กรฟ้าสีรุ้งฯ กล่าวด้วยว่า องค์กรฟ้าสีรุ้งฯ ก่อตั้งขึ้นมา ๒ ปี มีสมาชิกกว่า ๑,๒๐๐ คน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีในกลุ่มชาวเกย์ให้อยู่ร่วมในสังคมได้ อย่างมีความสุข และดูแลสุขภาพ คุณภาพชีวิตชาวเกย์ด้วยกันให้พ้นจากโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคเอดส์ ซึ่งเป็นโรคที่ชาวเกย์ต้องสังเวยชีวิตไปมาก แต่หลังการรณรงค์ก็ช่วยลดอัตราป่วยและตายได้เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มไม่ได้มุ่งหวังเรียกร้องให้สังคมยอมรับ แต่เชื่อว่า หากชาวเกย์คิดดี ทำดี ทำประโยชน์ต่อสังคม ต่อไปสังคมก็จะยอมรับได้เอง ทั้งนี้ ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายนนี้ องค์กรฯจะจัดงานปาร์ตี้ชาวเกย์ที่โรงแรมรอยัล เบญจา สุขุมวิท เพื่อรวมตัวสมาชิก และเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมรับรู้และเข้าใจกลุ่มเกย์มากขึ้น โดยจะเริ่มงานในเวลา ๑๘.๓๐ น.
"งานวันที่ ๑๖ พ.ย.นี้ พวกเราจะมีการมอบรางวัล ๓ รางวัล ได้แก่ รางวัลบุคคลที่ส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกระหว่าง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กับ อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ นอกจากนี้มีรางวัลสื่อที่ส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม และรางวัลเกย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม รางวัลเหล่านี้พวกเราจะมอบให้ ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกจะรับหรือไม่ เราไม่สนใจ แต่เราจะเชิญมาร่วมงาน หรือนำไปมอบให้" ประธานองค์กรฟ้าสีรุ้งฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายของการเสวนา เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของชาวเกย์ในหัวข้อ "ชุมนุมเกย์: เรื่องเล่าอันซ้อนทับกันกับการปะทะสังสันทน์ของตัวตน" โดย นายทวีวัฒน์ โปร่งจิต เลขาธิการบางกอกไพรด์ กล่าวยอมรับว่า การเป็นเกย์เกิดได้จากสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดู มีอิทธิพลอย่างมาก แต่เกย์ก็สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม และคิดว่าจะเป็นที่ยอมรับได้ ขณะที่ นายเทียนชัย เหล่าเกิด กล่าวว่า ความเป็นอื่นที่สังคมยัดเยียดให้ ทำให้คนในสังคมมักคิดว่า เกย์ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ โดยเล่าประสบการณ์ในการถูกเกณฑ์ทหารว่า ระหว่างที่ฝึกในกองทัพฯ สังคมมีส่วนมากในการผลักดันว่า เมื่อตุ้งติ้งแล้วก็ต้องเต้นเก่ง ร้องเพลงเก่ง วี๊ดว้าย ขณะที่ภาพของเกย์เรียบร้อยก็มี ลักษณะวี๊ดว้าย หรือแสดงออกนั้นเป็นบุคลิกส่วนบุคคล ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเป็นเกย์
ด้าน นายษัฑวัฒก์ จิตราภิรมย์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการ องค์กรฟ้าสีรุ้งฯ กล่าวว่า คนที่เกย์ก็แค่คนที่มีเพศรสแตกต่างจากคนอื่น ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ และปัจจุบัน กรมสุขภาพจิตก็มีหนังสือมาถึงองค์กรที่เกี่ยวกับชาวเกย์แล้วว่า เกย์ไม่ใช่คนที่ผิดปกติทางจิต แต่ในทางปฏิบัติก็ยังพบความคิดว่า เกย์คือคนที่จิตผิดปกติ
ที่มา : ไทยจีฮาวดอทคอม
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการหลั่ง
Monday, June 1, 2009

คนส่วนใหญ่จะสนใจและจดจ่อกับทุกรายละเอียดในเกมรัก โดยไม่ได้ใส่ใจว่าหลังความสุขนั้น ตัวเองจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเป็นเช่นไร
1. การเสียน้ำและเกลือแร่ นอกจากหยาดเหงื่อ น้ำบ่อน้อย และน้ำหล่อลื่นอารมณ์ที่สูญเสียระหว่างกลางทางรักแล้ว บทสำเร็จตอนสุดท้าย เขายังฉีดน้ำกะทิกลิ่นฉุนเข้ามาในกายของคุณอีก
2. เสียงร้องคำรามดัง ถึงจะส่งเสียงร้องดังตามจังหวะการสอดเข้าสอดออกกายของเขาเข้ามาในกายของคุณ ก็ตาม แต่จังหวะสุดท้ายตอนที่น้ำแห่งความสุขกระฉอกออกจากกายของเขาจะเปล่งเสียง แห่งความสุขดังกังวานที่สุด
3. เสียงหอบด้วยความเหนื่อย เพราะต้องออกแรงกระหน่ำความสุขอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง การหลั่งได้สร้างจุดสุดยอดความสุขให้คุณพร้อมกับความอ่อนล้าเพลียกายที่คุณ ยอม ถึงแม้จะเหนื่อยยากลำบากกายก็ตาม
4. การเช็ดคราบเลอะเทอะ โดยเฉพาะกับพวกที่ชอบการหลั่งภายนอก ถ้าคุณไม่ลุกไปอาบน้ำเลย คุณอาจจะต้องเหนียวเหนอะและมีกลิ่นคาวสุดทนติดกายอยู่ ส่วนมากแล้วก็ต้องเช็ดคราบหนียวออกด้วยกระดาษทิชชู่ก่อนทั้งนั้นแหละ เพราะถ้าขืนไม่เช็ดออก มันก็จะแห้งกรังติดกายเอา
5. เสียงถามเชิงตำหนิว่า "โห เสร็จแล้วหรอ?!" มันเป็นอะไรที่รวดเร็วเกินคาด เพราะตัวคุณเองยังห่างไกลจุดหมายปลายทางอารมณ์รัก แต่เขาถึงแล้ว เสร็จแล้ว และหมดแรงแล้วด้วย
6. สมองอันปลอดโปร่งโล่งสบายตัว ความรู้สึกแรกหลังจากสาดหยาดความสุขใส่กัน ก็คือ ความเสียวซ่านที่ซาบซ่าไปทั่วทุกอณูรูขุมขน แต่หลังจากนั้นทั้งคุณและเขาจะรู้สึกโล่งเนื้อสบายตัวเอามากๆ ที่ปวดสมอง หรือเครียดอะไรมาจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ
7. เก็บอุปกรณ์อำนวยความสุขที่กระจายเกลื่อน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ หนังสือสื่อรักปลุกอารมณ์ หรือข้าวของต่างๆ ที่ตกกระจายตามแรงโยกกันอย่างรุนแรง ต้องรีบเก็บจัดระเบียบให้เข้าที่หรือลงที่ซ่อนเลย เพราะเดี๋ยวใครเคาะประตูเข้ามา จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้
8. เกิดอาการกระหายโหยหิว เซ็กซ์เปรียบเหมือนการออกกำลังกาย ยิ่งยาวนานเท่าไหร่ ยิ่งเผาผลาญพลังงานในกาย มีรายงานวิจัยว่าการมีเซ็กซ์ครั้งหนึ่ง ร่างกายจะใช้พลังงานเฉลี่ยถึง 320 กิโลแคลอรี เมื่อเสียพลังงานและน้ำในกายขนาดนั้น ก็ต้องหิวน้ำกระหายของกินเป็นธรรมดาเพราะร่างกายต้องการเอาไปชดเชยสิ่งที่ เสียสไป
9. เสียงกรนกับกายอันแน่นิ่ง ต่างคนต่างหมดแรง ต่างคนต่างเหนื่อยเลยฝืนร่างกายอันถูกปู้ยี่ปู้ยำด้วยเกมรักอันโหดมันส์ อารมณ์ไม่ได้ สังขารจึงต้องการพักเพื่อชาร์จแบตพลังรักเสียใหม่ พอนอนพักจนแบตเต็มแล้วค่อยตื่นมารับความสนุกันใหม่
10. ตรวจเช็คถึงระบบป้องกันภัย ต้องรีบเช็คสภาพเรียบร้อยของถุงยางอนามัยที่ไม่มีรูรั่วหรือ รอยปะฉีกขาดตรงไหน เพื่อป้องกันและเช็คความปลอดภัย
11. ชำระ ค่าบริการ สำหรับคนที่ไม่มีความรักเป็นของตัวเอง หรือรู้สึกชังคนในความรักที่บ้านแล้ว การหาเศษหาเลยด้วยการออกมาหลั่งนอกบ้าน ถือเป็นวิธีแก้เซ็งที่ช่วยปลดเปลื้อง ความรู้สึกกับการมีเซ็กซ์เก่าๆ กับคนเดิมๆ โดยเหล่าบรรดาอาเสี่ยกระเป๋าหนักทั้งหลายที่ชอบสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษา หนุ่มๆ ด้วยการจ่ายค่าเทอม
12. อาบ น้ำชำระกาย แบบว่าเมื่อตะกี้นี้สนุกกันเลอะเทอะเปรอะกายกันไปหน่อย ทั้งเหงื่อที่ไหลย้อยจากการขย่มกันเต็มแรง น้ำบ่อน้อยที่ไหลเยิ้มจากการใช้ปากทำรัก และน้ำหลั่งรักที่เฉอะแฉะกาย แม้ว่าน้ำที่ว่าเหล่านี้เกิดจากความสุขอันชุ่มฉ่ำ แต่พอเมื่อเสร็จสุขแล้วมันก็ระเหยเป็นคราบสกปรกที่จำเป็นต้องชำระล้างออก แต่ถ้าจะให้สร้างสรรค์ ชวนกันมาผลัดกันฟอกถูสบู่ถูหลังให้กัน
13. มา สนุกกันต่อในรอบรักต่อไป ความสุขเพิ่งจบลงไปเมื่อสักครู่ แต่ความอยากในการดื่มด่ำความสุขยังไม่เต็มอิ่มเลย เอาเป็นว่าคุณและเขาก็เริ่มนัวเนียปลุกอารมณ์ให้กายพร้อมดำเนินรักต่อ และคุณกับเขาก็วนเวียนและเวียนวนกับรสชาติแห่งกามสุขอีกหลายครั้ง
14. ได้เวลาแห่งการอำลา เมื่อมีพบ มีสุขและสนุกกันเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาแห่งการซาโยนาระ หลายคู่ก็ถึงประทับใจมากจนนัดกันมาเสพสุขกันอีก แต่ก็มีอีกหลายคู่ที่จากกันแล้วก็จากกันเลย พอน้ำแห่งความสุขหลั่งออกจากกายแล้ว เขาและเธอก็แยกย้ายไปทางใครทางมัน บางทีชื่อของกันและกันยังจำไม่ได้เลย
ที่มา : ไทยจีฮาวดอทคอม
กลไกการทำงานของอวัยวะเพศผู้ชาย

กลไกการทำงานของอวัยวะเพศผู้ชาย
หลักการอธิบายอย่างง่ายๆ คือการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย เกิดขึ้นจากสาเหตุที่กระแสโลหิตไหลเวียนไปสู่เซลล์บริเวณอวัยวะเพศ
ในขณะที่เกิดอารมณ์ความต้องการทางเพศ คำถามก็คือ การไหลเวียนของกระแสโลหิตไปยังอวัยวะเพศขณะมีอารมณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และเกิดทำไม
ความเป็นจริงจะตรงข้ามกับความเชื่อ ที่เคยรับรู้ว่าระบบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงกลไกง่ายๆ ไม่ซับซ้อนแต่อย่างไร
ก็เหมือนกับการไหลเวียนของโลหิต ไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายเช่นกัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างสิ้นเชิง
เมื่อผู้ชายถูกกระตุ้นอารมณ์ทางเพศจากสิ่งเร้า ระบบประสาทส่วนกลางจะเป็นแหล่งที่คอยปลดปล่อยสารเคมีหลายชนิดที่แตกต่างกันออกไป
และมี 2 ประเภท ที่มีความสำคัญกว่าเพื่อนคือ "Nitric Oxide" และ "Vasoactive Polypeptide" หลังจากที่สารเคมีเหล่านี้ถูกปลดปล่อยออกมา
ออกซิเจนที่มีอยู่ในกระแสเลือดจะทำให้กล้ามเนื้อเรียบเกิดอาการผ่อนคลาย
กระบวน การที่เกิดขึ้นเช่นนี้จะยินยอมให้โลหิตไหลเวียนไปยังพื้นที่เปิดรับบริเวณ อวัยวะเพศที่เรียกพื้นที่บริเวณดังกล่าวว่า "Corpora Cavernosa"
ที่มีจำนวน 2 ชั้นห้อง และบริเวณดังกล่าวจะมีความสำพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอัตราการขยายตัวของอวัยวะเพศขณะเกิดอารมณ์
ส่งผลให้อวัยวะเพศชายใหญ่และยาวไม่เท่าเทียมกัน
ขณะที่ "Nitric Oxide" จะทำหน้าที่คอยลำเลียงออกซิเจนผ่านเข้าไปในกระแสเลือด ถ้ายิ่งมี "Nitric Oxide" ในกระแสเลือดมากเท่าไหร่
ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิตที่จะส่งไปยังบริเวณ "Corpora Cavernosa" ได้มากขึ้นเท่านั้น
ส่วนสารเคมี "Nitric Oxide" และ "Vasoactive Polypeptide" จะช่วยในการขยายหลอดเลือดให้กว้างขึ้น
โดยหลักการแล้ว ถ้าหลอดเลือดขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม ก็จะยิ่งเปิดโอกาสให้เลือดไหลผ่านได้จำนวนปริมาณมากขึ้นเท่านั้น
จากหลักดังกล่าวจึงอธิบายได้อีกว่า หากมีกระแสเลือดไหลผ่านหลอดเลือดที่จะส่งไปยังบริเวณเนื้อเยื่อ "Corpora Cavernosa" มากขึ้น
ก็จะทำให้อวัยวะเพศชายมีอัตราการขยายตัวได้ยาวและใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ทั่วโลกร้องยุติเหยียด “รักร่วมเพศ”
บรรดาชาว รักร่วมเพศ ทั้งเกย์และเลสเบี้ยนพร้อมใจกันเดินขบวนทั่วโลกเนื่องในวันต่อต้านการ รังเกียจ รักร่วมเพศ เมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) เพื่อเรียกร้องให้ทั่วโลกยุติการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม รักร่วมเพศ เพราะยังคงมีบางประเทศที่มีบทลงโทษประหารชีวิตผู้ที่มีพฤติกรรม รักร่วมเพศ อยู่
นายลอเรน แมคคัตชอน ประธานมูลนิธิอีเมอร์เจนซ์ในควิเบก โต้โผใหญ่ในการจัดงานนี้ในแคนาดา เปิดเผยว่า มีการร่วมเดินขบวนใน 50 ประเทศทั่วโลก โดยที่รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการทำร้ายคน รักร่วมเพศ อย่างรุนแรง มีการชุมนุมอย่างสันติราว 100 คนที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพียงวันเดียวหลังจากที่ทางการจับกุมนักเคลื่อนไหวเกย์ 40 คนที่จัดงาน สลาวิก เกย์ พรายด์ ขึ้นในกรุงมอสโก
โดยนายนิโคไล อาเล็กเซเยฟ นักเคลื่อนไหวชาวเกย์ และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ gayrussia.ru เปิดเผยว่า ตัวเองถูกจับไปสอบปากคำอย่างหนักนานถึง 6 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานความมั่นคงเอฟเอสบี และถูกทิ้งให้นอนหนาวอยู่ในห้องขังที่หน้าต่างแตก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวและปรับฐานร่วมการประท้วงโดยผิดกฎหมาย นายแมคคัตชอนยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถึงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 192 ประเทศ ห้ามการมีพฤติกรรม รักร่วมเพศ
ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกา เอเชีย และประเทศแถบอาหรับ โดยมี 5 ประเทศที่กำหนดโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ วันที่ 17 พฤษภาคม ได้รับเลือกให้เป็นวันสำคัญของกลุ่ม รักร่วมเพศ เพราะเป็นวันที่องค์การอนามัยโลกลบชื่อ รักร่วมเพศ ออกจากรายชื่ออาการป่วยทางจิต
ที่มา : คมชัดลึก
นายลอเรน แมคคัตชอน ประธานมูลนิธิอีเมอร์เจนซ์ในควิเบก โต้โผใหญ่ในการจัดงานนี้ในแคนาดา เปิดเผยว่า มีการร่วมเดินขบวนใน 50 ประเทศทั่วโลก โดยที่รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการทำร้ายคน รักร่วมเพศ อย่างรุนแรง มีการชุมนุมอย่างสันติราว 100 คนที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพียงวันเดียวหลังจากที่ทางการจับกุมนักเคลื่อนไหวเกย์ 40 คนที่จัดงาน สลาวิก เกย์ พรายด์ ขึ้นในกรุงมอสโก
โดยนายนิโคไล อาเล็กเซเยฟ นักเคลื่อนไหวชาวเกย์ และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ gayrussia.ru เปิดเผยว่า ตัวเองถูกจับไปสอบปากคำอย่างหนักนานถึง 6 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานความมั่นคงเอฟเอสบี และถูกทิ้งให้นอนหนาวอยู่ในห้องขังที่หน้าต่างแตก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวและปรับฐานร่วมการประท้วงโดยผิดกฎหมาย นายแมคคัตชอนยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถึงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 192 ประเทศ ห้ามการมีพฤติกรรม รักร่วมเพศ
ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกา เอเชีย และประเทศแถบอาหรับ โดยมี 5 ประเทศที่กำหนดโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ วันที่ 17 พฤษภาคม ได้รับเลือกให้เป็นวันสำคัญของกลุ่ม รักร่วมเพศ เพราะเป็นวันที่องค์การอนามัยโลกลบชื่อ รักร่วมเพศ ออกจากรายชื่ออาการป่วยทางจิต
ที่มา : คมชัดลึก
Subscribe to:
Posts (Atom)